หากท่านต้องการบอกเพื่อนๆทราบ ไม่ว่าเรื่องร้ายๆที่ท่านเผชิญมา หรือว่าเรื่องดีดี ที่ประทับใจ
ในการทำประกันชีวิต ขอเชิญแบ่งปัน พูดคุย สน.ประกัน ยินดีต้อนรับ
มารู้จักชีวิตและการประกันชีวิต
ประกันชีวิต vs การฝากเงินกับ ธนาคาร
ประโยชน์ของการประกันชีวิต
ตัวอย่างการเลือกทำประกัน
ประกันชีวิตเท่าใดดี
เมื่อต้องตัดสินใจเลือก แบบกรมธรรม์ประกันชีวิต ?
  อ่านทั้งหมด

  .  
  คู่มือลดหย่อนภาษีเงินได้

  ข้อเสนอ ขอเพิ่มค่าลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับเบี้ยประกันชีวิต
(จัดทำโดย สมาคมประกันชีวิตไทย)
 
การประกันชีวิตเป็นการสร้างหลักประกันความมั่นคงทางการเงิน และช่วยบรรเทาความเสี่ยงภัยต่างๆ ให้กับบุคคลและครอบครัว ทั้งยังเป็นช่องทางให้มีการออมทรัพย์ ซึ่งจะเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระของรัฐบาลในด้านสวัสดิการและการสงเคราะห์ประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่สูงอายุ ธุรกิจประกันชีวิตนับเป็นสถาบันระดมเงินออมจากครัวเรือนภายในประเทศ ซึ่งเป็นการออมระยะยาว ที่มีวินัยและสามารถนำเงินไปจัดสรรลงทุนในธุรกิจอื่นๆ ซึ่งเป็นแหล่งเงินออมที่มีผลต่อการขยายตัวและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ สังคมของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ด้วยเหตุนี้ กระทรวงการคลังจึงอนุญาตให้ประชาชนผู้จ่ายเบี้ยประกันชีวิต สามารถหักเป็นค่าลดหย่อนในทางภาษีได้ตั้งแต่ปี 2514 เริ่มที่ปีละ 4,000 บาท เพิ่มเป็น 7,000 บาท ในปี 2525 และเป็น 10,000 บาท ในปี 2534 จนกระทั่งปัจจุบัน (เป็นเวลานานแล้ว) ในขณะที่การหักค่าลดหย่อนภาษีอื่นๆ ได้มีการปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและสอดคล้องกับค่าครองชีพตลอดมา เช่น ดอกเบี้ยเงินกู้ยืม ซื้อที่อยู่อาศัยหักลดหย่อนได้จาก 7,000 บาท ในปี 2529 เป็น 10,000 บาท ในปี 2538 และเพิ่มเป็น 50,000 บาท ในปี 2543 รวมทั้งภาครัฐยังมีมาตรการพิเศษอื่นๆ ซึ่งช่วยให้ผู้ซื้อบ้านในปี 2544 และ 2545 สามารถหักค่าลดหย่อนได้เพิ่มขึ้นอีก ส่วนเงินสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ซึ่งเดิมประชาชนหักได้ปีละ 10,000 บาท ก็เพิ่มเป็นได้รับการยกเว้นภาษีและหักลดหย่อน รวมทั้งสิ้น 300,000 บาท ตั้งแต่ปี 2538

ในปี 2545 เพื่อเป็นการสนองนโยบายของรัฐบาลที่จะส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจประกันชีวิต โดยส่งเสริมให้ประชาชนสนใจการทำประกันชีวิตมากขึ้น มาตรการหนึ่งก็คือการเพิ่มค่าลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับเบี้ยประกันชีวิตเป็นปีละ 50,000 บาท ทั้งนี้ภาครัฐอาจจะขาดรายได้เพียงบางส่วนในระยะสั้น แต่เมื่อเทียบกับผลประโยชน์ที่ภาครัฐจะได้รับในระยะปานกลางและระยะยาว รวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายจะได้ประโยชน์ในเรื่องนี้ทั้งสิ้น ดังต่อไปนี้

1. ประชาชนผู้ซื้อประกันชีวิตจะหักค่าลดหย่อนได้เพิ่มขึ้น อันเป็นการช่วยบรรเทาภาระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งไม่มีการปรับปรุงค่าลดหย่อนส่วนบุคคลหรืออัตราภาษีมาเป็นเวลานานถึง 10 ปีแล้ว ในปี 2544 มีประชาชนผู้ซื้อประกันชีวิตประมาณ 8.2 ล้านกรมธรรม์

2. การเพิ่มค่าลดหย่อนจะช่วยให้ธุรกิจประกันชีวิตขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยจากเดิมจำนวนเบี้ยประกันชีวิตเพิ่ม 20.80 % ในปี 2543 และประมาณ 23.20 % ในปี 2544 แต่คาดว่าหากเพิ่มค่าลดหย่อนเป็น
50,000 บาทแล้ว จะทำให้จำนวนเบี้ยประกันชีวิตเพิ่มขึ้นประมาณ 30% ในปี 2545 และประมาณ 24% 26% ในปี 2546 และ 2547 ตามลำดับ

ทั้งนี้ อัตราผู้ซื้อประกันชีวิตในประเทศไทยยังอยู่ในระดับต่ำมาก คือ ประมาณ 13 - 14 % เมื่อเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น ซึ่งอยู่ระดับ 99 - 100 % แม้กระทั่งประเทศในแถบยุโรป หรือกลุ่มประเทศอาเซียน เช่น สิงคโปร์ และมาเลเซีย (60,134 บาท ลดหย่อนสำหรับเบี้ยประกันชีวิต)

ตารางที่ 1 ค่าลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิตไทย - ต่างประเทศ
กลุ่มประเทศ ยุโรป
จำนวนเงิน (บาท)
สวิส 1,554 US$
เยอรมัน 10,332 US$
ไอร์แลนด์ 2,000 US$
โปรตุเกส 1,654 US$
68,935
456,324
88,719
73,371
กลุ่มประเทศ อาเซียน
จำนวนเงิน (บาท)
สิงคโปร์ 5,000 s$
มาเลเซีย 5,000 RM for life insurance premium
ไทย
120,225
60,134
10,000
หมายเหตุ อัตราแลกเปลี่ยนเงินต่างประเทศ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2544 โดยธนาคารแห่งประเทศไทย
(44.3597 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์ สหรัฐอเมริกา) (24.0449 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์ สิงคโปร์)
(12.0267 บาท ต่อ 1 ริงกิต มาเลเซีย)

หน้าถัดไป




 

สมัครเป็นตัวแทนฝ่ายขาย ING Fund thai เสียภาษี ออนไลน์ กรมการประกันภัย สมาคมประกันชีวิตไทย

ถ้อยแถลงทางกฏหมาย | นโยบายรักษาความปลอดภัย
เว็บ www.insuredd.com นี้เป็นส่วนหนึ่งของงานธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ บริษัท ไอเอ็นจีประกันชีวิต จำกัด
Copyright 2002-2007 insuredd.com , Inc.All rights reserved. webmaster@insuredd.com

Partner : insuredd.com | youyim.com | inglife.co.th | story2you.com | ladynaka.com | manfocus.com
ระฆังห่วงใย จากใจ นายกรัฐมนตรี download Acrobat Readerได้ที่นี่