| หลายท่านจะนึกถึงการประกันชีวิต
ที่ผู้ทำประกันชีวิตไม่ได้ใช้ ผู้ใช้ไม่ได้ทำ แต่ความเป็นจริงนั้นประกันชีวิตมีด้วยกันหลายประเภท
ที่แต่ละประเภทจะสนองความต้องการที่แตกต่างกันไป ก่อนอื่นขอพิจารณาว่า
|
| |
ท่านต้องการความคุ้มครองหรือไม่ |
| ลองพิจารณาคำถามนี้
ถ้าท่านต้องจากไปอย่างฉับพลันจะมีใครไหมที่มีผลกระทบทางการเงิน
ผู้ที่เป็นแหล่งรายได้ของครอบครัว ต้องคำนึงถึงการศึกษาของลูก
คำนึงถึงคนที่ท่านรัก ที่จะให้มีความเป็นอยู่ไม่ยากแค้นจนเกินไป
ถ้าท่านมีบุคคลที่มีผลกระทบต่อการเงินของท่านแสดงว่าท่านต้องการความคุ้มครอง
|
| |
ท่านจะเลือกกรมธรรม์ประเภทไหนที่เหมาะสมกับท่าน
ก่อนอื่นต้องทำความรู้จักกับประเภทของกรมธรรม์ของไอเอ็นจี
ที่แบ่งเป็น 3 หมวดหลัก
|
-
กรมธรรม์เพื่อการสะสมทรัพย์
เน้นการสะสมทรัพย์ซึ่งเบี้ยประกันภัยจะสูง
แต่ให้ผลตอบแทนคืนระหว่างปี หรือใน 10 ปี 15 ปี 20 ปี ขึ้นอยู่กับความต้องการของท่าน
พร้อมกันนั้นท่านยังได้รับความคุ้มครองชีวิตในช่วงเวลานั้นด้วย
เหมาะกับท่านที่ต้องการผลตอบแทน และต้องการเงินก้อนคืนในระยะเวลาที่เราต้องการ
โดยเฉพาะถ้าท่านที่ไม่สามารถเก็บเงินได้ด้วยตัวท่านเอง อาจเนื่องมาจากความจำเป็นต่างๆที่ทำให้ท่านต้องถอนเงินออกมาจากธนาคารเพื่อใช้จ่ายตลอด
- กรมธรรม์เพื่อความคุ้มครองตลอดชีพ
เป็นกรมธรรม์ที่ให้ความคุ้มครองท่านจนถึงอายุ
99 ปี เบี้ยประภัยประเภทนี้จะต่ำเมื่อเทียบกับความคุ้มครองที่ท่านได้รับ
มีการคืนเงินให้กับท่านเช่นกันเมื่อท่านอายุ 99 ปี หรือถ้าท่านจากไปก่อนวัยอันสมควรผู้รับผลประโยชน์จะเป็นผู้ได้รับเงินกรมธรรม์
เหมาะสำหรับท่านที่เป็นแกนในการหารายได้ของครอบครัว และไม่ต้องการให้ครอบครัว
หรือคนที่ท่านรักต้องได้รับความลำบาก
- กรมธรรม์เพื่อการเกษียณอายุ
เน้นการสะสมทรัพย์ โดยให้ความคุ้มครองในชั่วระยะเวลาหนึ่ง
โดยเน้นให้ผลตอบแทนคืนเป็นรายเดือนไปตลอดชั่วชีวิตท่าน เหมาะกับท่านที่ไม่ต้องการเป็นภาระแก่ลูกหลานเมื่อยามชรา
- กรมธรรม์เพื่อการศึกษา
เน้นการสะสมทรัพย์ ที่จะมีเงินคืนให้ในแต่ละปีที่บุตร
หลาน กำลังศึกษาในระดับอุดมศึกษา พร้อมทั้งคุ้มครองชีวิตของคนที่ท่านรักด้วย
เหมาะกับท่านที่ต้องการให้กรมธรรม์ที่ทำมีผลเพื่อการศึกษาของบุตรหลานเป็นสิ่งสำคัญ
แต่บางท่านบอกว่า
... ต้องการความคุ้มครองเรื่องการรักษาพยาบาล ท่านจะได้รับการคุ้มครองการเข้าโรงพยาบาลที่เป็นผู้ป่วยในและหรือผู้ป่วยนอกได้นั้น
ท่านต้องได้มีกรมธรรม์หลักด้านบนอย่างใดอย่างหนึ่งก่อน ท่านจึงจะสามารถซื้อเพิ่มเติมในการคุ้มครองรักษาพยาบาล |
| |
ท่านต้องซื้อกรมธรรม์เท่าใดถึงเพียงพอ |
ค่าเบี้ยประกันนั้นคนเป็น
10-15% ของรายได้ หรือ ท่านต้องกำหนดว่าท่านต้องการมีเงินใช้ในอนาคตเป็นจำนวนเดือนละเท่าไหร่
หรือ ท่านต้องมีเงินให้กับคนที่ท่านรักเท่าไหร่ที่จะครอบคลุมการศึกษาสูงสุดของท่านเหล่านั้น
หรือเงินที่ท่านต้องการเก็บไว้ใช้ในยามชรา เมื่อท่านกำหนดจำนวนเงินที่ท่านต้องการ
ท่านก็จะทราบว่าท่านต้องซื้อความคุ้มครองเท่าไหร่ที่ให้ตรงกับความตั้งใจของท่าน
แต่บางท่านนั้นทำประกันชีวิตเพื่อการลดหย่อนภาษี
ที่ทางรัฐบาลเล็งเห็นความสำคัญและต้องการให้มีการทำประกันชีวิตกันมากขึ้น
ซึ่งกรมธรรม์ที่จะทำการหักภาษีลดหย่อนได้นั้นเป็นกรมธรรม์ที่ต้องมีอายุกรมธรรม์
10 ปีขึ้นไป (ประกันชีวิตเอื้ออาทรนั้น เป็นกรมธรรม์ 1 ปี ที่นำมาหักภาษีไม่ได้)
เมื่อคุณรู้จักตัวคุณและความต้องการของคุณแล้ว
คุณสามารถทำการคำนวณแบบประกัน และเบี้ยประกัน ได้ที่นี่
|
|